ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ชุด ตามจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้ ข้อสอบ 2 ชุดดังกล่าว คือ
1. Academic Module สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือ สูงกว่า ในทุก ๆ สาขา
2. General Training Module สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ระดับ มัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรฝึกอบรม และวิชาชีพต่าง ๆ
ผู้สมัครควรจะต้องสอบถามโดยตรงกับทางสถาบันที่จะไปเรียนว่าจะรับผลสอบจากข้อสอบชุดไหน
การทดสอบ IELTS แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงเช้าสอบข้อเขียน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ทดสอบการฟัง 30 นาที
การอ่าน 1 ชั่วโมง การเขียน 1 ชั่วโมง ช่วงบ่าย สอบสัมภาษณ์การพูดรายบุคคล ใช้เวลา คนละ ประมาณ 15 นาที รายละเอียดสำหรับการสอบในทักษะต่างๆ เป็นดังนี้
Listening
การสอบฟังนั้น IELTS ใช้เวลา 30 นาที โดยมีคำถามทั้งหมด 40ข้อ และมีด้วยกัน 4 ส่วน สองส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันจะเป็นการสนทนาระหว่างคนสองคน หลังจากนั้นก็จะเป็นคนพูดเพียงคนเดียว ตัวอย่างเช่น สนทนาเรื่องการวางแผน
ไปเที่ยว หรือ ตัดสินใจว่าจะไปไหนดีคืนนี้ และมี การพูดเกี่ยวกับการให้บริการแก่นักเรียนในมหาวิทยาลัย สองส่วนหลังจะฟัง
เกี่ยวกับสถานการณ์จำลอง โดยจะมีเนื้อหาหนักไปทางการศึกษาโดยจะมีบทสนทนากันระหว่างกลุ่มคนไม่เกินสี่คน หลังจากนั้น
ก็จะเป็น การฟังคนพูดเพียงคนเดียว ตัวอย่างหัวข้อที่จะพูด อาจเป็นการสนทนาระหว่างอาจารย์และนักเรียนเกี่ยวกับการบ้าน
หรือ อาจจะเป็นการคุยกันในกลุ่มนักเรียน สองสามคน ปรึกษากันเรื่องหัวข้อทำวิจัย
และ เลคเชอร์ หรือ การพูดแนววิชาการ ในการสอบIELTS ไม่มีผู้สอบคนใดได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้เพราะว่า หัวข้อที่นำมาใช้ในการสอบนั้นจะเป็นหัวข้อทั่วไป
ไม่เน้นไปในวิชาใดวิชาหนึ่ง ความยากจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละส่วน สำเนียงภาษาอังกฤษที่ใช้ในการ สอบนั้น จะมีหลากหลายด้วยกัน รวมทั้งสำเนียงท้องถิ่น
การสอบฟังนั้นจะมีการเปิดให้ฟังเพียงรอบเดียวเท่านั้นขณะที่ฟังผู้เข้าสอบต้องอ่านคำถามและเติมคำตอบในกระดาษคำถาม
ไปพร้อมๆกัน เมื่อฟังเทปเสร็จเรียบร้อย จะมีเวลาให้ นำย้ายคำตอบจากในกระดาษมาเขียนลงในกระดาษคำตอบ
Reading: Academic Reading
มีคำถามทั้งสิ้น40คำถามให้ทำในเวลา60นาทีโดยจะมีเรื่องสั้นๆให้อ่าน3เรื่องด้วยกันความยาวโดยรวมประมาณสองพัน
ถึง2,750คำ เนื้อหานั้นจะมาจาก นิตยสารวารสาร หนังสือ และ หนังสือพิมพ์ และมีเนื้อหาเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป
ในจำนวนนี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับ การแสดงความเห็น และอาจจะมีไดอะแกรม กราฟ หรือ ภาพประกอบเรื่องนั้นๆ
ถ้าหากเรื่องไหนมีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่ก็จะมีคำอธิบายไว้ให้
ข้อสอบIELTS จะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ คำถามบางคำถามอาจจะถามก่อนอ่านเนื้อเรื่อง บางคำถามก็ถามหลังเนื้อเรื่อง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของคำถามนั้นๆคำถามข้อละหนึ่งคะแนนและผู้สอบควรตรวจสอบให้รอบคอบในการเขียนคำตอบ
ลงในกระดาษคำตอบว่าสะกดได้ถูกหรือไม่ และ ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพราะหากไม่ถูกจะมีการหักคะแนน
Reading: General Training
เนื้อหาในการอ่านนั้นจะนำมาจากประกาศ โฆษณา หนังสือราชการ คู่มือ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ ตารางเวลา หนังสือ หรือ นิตยสาร โดย ส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่อง สังคม ทั่วไป ภาษาที่เข้าใจง่ายแล้วจะค่อยเพิ่มความยาก ในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษา
ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มขึ้นส่วนที่สอง สาม สี่
Writing: Academic Writing
มีเวลาในการเขียนหกสิบนาที และมีสองหัวข้อที่ต้องทำ ควรใช้เวลาในส่วนแรกประมาณยี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อยร้อยห้าสิบคำ ส่วนที่สองนั้นควรใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อยสองร้อยห้าสิบคำ
ในส่วนแรกนั้น ผู้เข้าสอบ "IELTS" จะต้องเขียนอธิบาย เกี่ยวกับ ไดอะแกรม หรือ ตาราง ที่มีไว้ให้การทดสอบส่วนนี้เพื่อที่จะวัดความสามารถในการจัดข้อมูล และการเปรียบเทียบข้อมูลและความสามารถในการอธิบายขั้นตอนต่างๆ รวมถึงการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง และอธิบายการทำงานของสิ่งต่างๆ
ในส่วนที่สองนั้น จะเป็นการแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆที่กำหนดให้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหา และสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถเปรียบเทียบและชี้ข้อแตกต่างของเหตุการณ์ ความเห็น หัวข้อที่นำมาให้เขียนนั้นง่ายต่อการเข้าใจ ทั้งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ กำลังจะเรียนต่อในระดับสูงกว่า
Writing: General Training
ในส่วนแรกจะได้ คำถามที่มีลักษณะเป็นจดหมายที่เขียนขอข้อมูล หรือ อธิบายสถานการณ์ และให้ เราเขียนตอบ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างบุคคลและแสดงความรู้สึกว่า ชอบหรือไม่ชอบ ความต้องการ และแสดงความคิดเห็นได้
ในส่วนที่สองนั้นผู้สอบ " IELTS" ต้องแสดงทัศนะ หรือ ไม่ก็ให้ อภิปรายโต้แย้ง หรือ แสดงปัญหา ในหัวข้อที่ให้ไว้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล การวางโครงร่างของปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา เสนอและชั่งน้ำหนักของความคิดเห็น บทความ หรือ ทฤษฎีต่างๆ ว่าน่าเชื่อถือมากน้อยขนาดไหน
Writing ทั้งสองแบบการให้คะแนนก็จะให้น้ำหนักของส่วนที่สอง มากกว่า ส่วนที่หนึ่ง และหากเขียนต่ำกว่า จำนวนน้อยที่สุดที่กำหนดไว้ จะถูกหักคะแนน
การให้คะแนน IELTS ส่วนที่หนึ่งนั้นจะให้จาก
Task Fulfillment
Coherence
Cohesion
Vocabulary
Sentence Structure
การให้คะแนน IELTS ส่วนที่สองนั้นจะให้จาก
Arguments
Ideas
Evidence
Communicative Quality
Vocabulary
Sentence Structure
Speaking
การสอบพูด จะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่างผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการ
สื่อสาร การสัมภาษณ์จะมีการบันทึกไว้ด้วยเทปบันทึกเสียง การสอบสัมภาษณ์IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน
ส่วนที่หนึ่ง ผู้เข้าสอบIELTS จะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บ้าน ครอบครัว การงาน การเรียน
ความสนใจ ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที
ส่วนที่สอง ผู้เข้าสอบIELTS จะต้องพูดตามหัวข้อที่ได้รับในการ์ด โดยจะมีเวลาเตรียมตัว หนึ่งนาที และพูดประมาณสองนาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะถามคำถามหนึ่งหรือสองคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราพูด
ส่วนที่สามนั้น ก็จะเป็นการถกปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เข้าสอบ IELTS หัวข้อนั้นก็จะเกี่ยวๆ กับที่ได้รับในส่วนที่สอง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที
|